โครงงานสุขศึกษา ม.3 เรื่อง เสพวันนี้เป็นผีวันหน้า

โครงงานสุขศึกษา

เรื่อง  เสพวันนี้เป็นผีวันหน้า

actpic1

สมาชิกในกลุ่ม

เด็กชาย  จิตรเทพ    บุญยืด   ชั้นม.3 เลขที่   14
เด็กชาย  สิทธินนท์     เกษมสถิตวงศ์  ชั้นม.3 เลขที่
20

เด็กชาย  วรวุฒิ    บำรุงจิตต์     ชั้นม.3 เลขที่  27

ครูที่ปรึกษาโครงงาน
คุณครูทัศนีย์  ไชยเจริญ
โรงเรียนวัดพวงนิมิต
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระแก้วเขต 1

GetAttachment

บทที่  1

                                                      บทนำ

ที่มาและความสำคัญ

            ในปัจจุบัน  การติดสารเสพติดของคนมีหลายระดับ  เช่น  ในระดับโลกการติดสารเสพติดของคนในโลกมีจำนวนมากเกินกว่าคิด  เพราะว่า สารเสพติดมีอิทธิพลในการกระจายสารเสพติดออกไปเป็นแห่งๆ ไปสู่ทวีปในทวีปของเราก็มีคนในทวีปเป็นจำนวนมากพอสมควรที่จะติดยาเสพติด การติดยาของคนในทวีปจะแบ่งออกเป็นแต่ละประเทศ ซึ่งประเทศของเราได้พบปัญหาสารเสพติดเป็นปัญหาใหญ่มากจนลามไปถึงจังหวัด ซึ่งในแต่ละจังหวัดได้พบปัญหาเกี่ยวกับสารเสพติดและปัญหาที่ตามมา  เช่น  การชิงทรัพย์ บ้าง การข่มขืน บ้าง  เป็นต้น  ซึ่งปัญหาเหล่านี้เกิดจากสารเสพติดทั้งสิ้น   และยังไม่พอปัญหาเหล่านี้ยังเกิดในระดับโรงเรียน ซึ่งโรงเรียนของเราก็มีปัญหาเรื่องยาเสพติดเป็นจำนวนน้อย

กลุ่มข้าพเจ้าคิดว่าปัญหานี้เป็นปัญหาที่ใหญ่พอสมควร   กลุ่มข้าพเจ้าเลยคิดโครงงานนี้เพื่อศึกษาหาความรู้ เกี่ยวกับการติดสารเสพติดในปัจจุบันของคนไทยในสังคมไทย   และเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติตนให้ปลอดภัยจากยาเสพติดของคนไทย  และเพื่อเผยแผ่ความรู้ในการปฏิบัติตนให้ปลอดภัยและห่างไกลยาเสพติด

63019 (1)

จุดประสงค์ของการศึกษาค้นคว้า

1.เพื่อศึกษาความรู้เกี่ยวกับการติดสารเสพติดในปัจจุบันของคนไทยในสังคมไทย

2.เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติตนให้ปลอดภัยจากสารเสพติดของคนไทย

3.เพื่อเผยแผ่ความรู้ในการปฏิบัติตนให้ปลอดภัยและห่างไกลยาเสพติด

p7

ขอบเขตการศึกษาค้นคว้า

ในการศึกษาค้นคว้าเรื่อง…การติดสารเสพติด…. ของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3

โรงเรียนวัดพวงนิมิต  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สระแก้วเขต  1

มีขอบเขตและการค้นคว้าดังนี้

–                    ขอบเขตด้านเนื้อหา    เนื้อหาที่ใช้ทำโครงงานนี้เป็นเนื้อหาที่ใช้ทำโครงงานนี้เป็นเนื้อหาที่ได้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปี  3

–                    ขอบเขตด้านประชากร    นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  3   โรงเรียนวัดพวงนิมิต สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา สระแก้วเขต  1

–                   ขอบเขตด้านระยะเวลาที่ใช้     การทำโครงงานชิ้นนี้ดำเนินการในภาคเรียนที่  1  ปีการศึกษา  2556

ประโยชน์ที่ได้รับ

ได้ความรู้เกี่ยวกับสารเสพติดและการติดสารเสพติดของคนในประเทศไทยและเป็นแนวทางในการปฏิบัติตนให้ปลอดภัยจากยาเสพติดและยังสามารถนำมาเผยแผ่ความรู้ในการปฏิบัติตนให้ห่างไกลยาเสพติด

 บทที่2

เอกสารที่เกี่ยวข้อง

ความรู้เรื่องยาเสพติด

ประกอบด้วยเรื่อง

  1.  ความรู้เกี่ยวกับสารเสพติด
  2. Social  Network  คืออะไร
  3. การดูแลตนเองให้เหมาะสมกับสังคมเทคโนโลยี

 

๑. ความหมายของยาเสพติด    

ยาเสพติด หมายถึง สารใดก็ตามที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ หรือสารที่สังเคราะห์ขึ้น เมื่อนำเข้าสู้ร่างกายไม่ว่าจะโดยวิธีรับประทาน ดม สูบ ฉีด หรือด้วยวิธีการใด ๆ แล้ว ทำให้เกิดผลต่อร่างกายและจิตใจ นอกจากนี้ยังจะทำให้เกิดการเสพติดได้ หากใช้สารนั้นเป็นประจำทุกวัน หรือวันละหลาย ๆ ครั้ง  ลักษณะสำคัญของสารเสพติด จะทำให้เกิดอาการ และอาการแสดงต่อผู้เสพดังนี้

๑. เกิดอาการดื้อยา หรือต้านยา และเมื่อติดแล้ว ต้องการใช้สารนั้นในประมาณมากขึ้น
๒. เกิดอาการขาดยา ถอนยา หรืออยากยา เมื่อใช้สารนั้นเท่าเดิม ลดลง หรือหยุดใช้
๓. มีความต้องการเสพทั้งทางร่างกายและจิตใจ อย่างรุนแรงตลอดเวลา                           ๔. สุขภาพร่างกายทรุดโทรมลง เกิดโทษต่อตนเอง ครอบครัว ผู้อื่น ตลอดจนสังคม และประเทศชาติ

 

138_1

๒. ประเภทของยาเสพติด

ยาเสพติด แบ่งได้หลายรูปแบบ ตามลักษณะต่าง ๆ ดังนี้

๑. แบ่งตามแหล่งที่เกิด ซึ่งจะแบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คือ
๑.๑ ยาเสพติดธรรมชาติ (Natural Drugs) คือยาเสพติดที่ผลิตมาจากพืช เช่น ฝิ่น กระท่อม กัญชา เป็นต้น
๑.๒ ยาเสพติดสังเคราะห์ (Synthetic Drugs) คือยาเสพติดที่ผลิตขึ้นด้วยกรรมวิธีทางเคมี เช่น เฮโรอีน แอมเฟตามีน เป็นต้น

๒. แบ่งตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.๒๕๒๒ ซึ่งจะแบ่งออกเป็น ๕ ประเภท คือ
๒.๑ ยาเสพติดให้โทษ ประเภทที่ ๑ ได้แก่ เฮโรอีน แอลเอสดี แอมเฟตามีน หรือยาบ้า ยาอีหรือยาเลิฟ
๒.๒ ยาเสพติดให้โทษ ประเภทที่ ๒ ยาเสพติดประเภทนี้สามารถนำมาใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ได้ แต่ต้องใช้ภายใต้การควบคุมของแพทย์ และใช้เฉพาะกรณีที่จำเป็นเท่านั้น ได้แก่ ฝิ่น มอร์ฟีน โคเคน

๒.๓ ยาเสพติดให้โทษ ประเภทที่ ๓ ยาเสพติดประเภทนี้เป็นยาเสพติดให้โทษที่มียาเสพติดประเภทที่ ๒ ผสมอยู่ด้วย มีประโยชน์ทางการแพทย์ การนำไปใช้เพื่อจุดประสงค์อื่น หรือเพื่อเสพติด จะมีบทลงโทษกำกับไว้ ยาเสพติดประเภทนี้ ได้แก่ ยาแก้ไอ ที่มีตัวยาโคเคอีน ยาแก้ท้องเสีย ที่มีฝิ่นผสมอยู่ด้วย ยาฉีดระงับปวดต่าง ๆ เช่น มอร์ฟีน เพทิดีน ซึ่งสกัดมาจากฝิ่น
๒.๔ ยาเสพติดให้โทษ ประเภทที่ ๔ คือสารเคมีที่ใช้ในการผลิตยาเสพติดให้โทษ ประเภทที่ ๑ หรือประเภทที่ ๒ ยาเสพติดประเภทนี้ไม่มีการนำมาใช้ประโยชน์ในการบำบัดโรคแต่อย่างใด และมีบทลงโทษกำกับไว้ด้วย ได้แก่น้ำยาอะเซติคแอนไฮไดรย์ และ อะเซติลคลอไรด์ ซึ่งใช้ในการเปลี่ยนมอร์ฟีนเป็นเฮโรอีน สารคลอซูไดอีเฟครีน สามารถใช้ในการผลิตยาบ้าได้ และวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทอีก ๑๒ ชนิด ที่สามารถนำมาผลิตยาอีและยาบ้าได้
๒.๕ ยาเสพติดให้โทษประเภทที่ ๕ เป็นยาเสพติดให้โทษที่มิได้เข้าข่ายอยู่ในยาเสพติดประเภทที่ ๑ ถึง ๔ ได้แก่ ทุกส่วนของพืชกัญชา ทุกส่วนของพืชกระท่อม เห็ดขี้ควาย เป็นต้น

114884

๓. วิธีการเสพยาเสพติด

กระทำได้หลายวิธี ดังนี้คือ
๓.๑ สอดใต้หนังตา
๓.๒ สูบ
๓.๓ ดม
๓.๔ รับประทานเข้าไป
๓.๕ อมไว้ใต้ลิ้น
๓.๖ ฉีดเข้าเหงือก
๓.๗ ฉีดเข้าเส้นเลือด
๓.๘ ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ
๓.๙ เหน็บทางทวารหนัก

 

การติดยาเสพติด

๔. ยาเสพติดที่แพร่ระบาดในประเทศไทย

๔.๑ ยาบ้า
๔.๒ ยาอี ยาเลิฟ หรือ เอ็กซ์ตาซี
๔.๓ ยาเค
๔.๔ โคเคน
๔.๕ เฮโรอีน
๔.๖ กัญชา
๔.๗ สารระเหย
๔.๘ แอลเอสดี
๔.๙ ฝิ่น
๔.๑๐ มอร์ฟีน
๔.๑๑ กระท่อม
๔.๑๒ เห็ดขี้ควาย

images (2)

สาเหตุของการติดยาเสพติด

๕.๑ อยากลอง อยากรู้ อยากเห็น อยากสัมผัส ซึ่งเป็นสัญชาตญาณอย่างหนึ่งของมนุษย์ โดยคิดว่า “ไม่ติด” แต่เมื่อลองเสพเข้าไปแล้วมักจะติด
๕.๒ ถูกเพื่อนชักชวน ส่วนใหญ่พบในกลุ่มเยาวชน ทำตามเพื่อน เพราะต้องการ การยอมรับจากเพื่อนฝูง หรือถูกชักจูงว่าใช้แล้วทำให้สมองปลอดโปร่ง หรือใช้แล้วทำให้ขยันจึงเหมาะแก่การเรียน และการทำงาน
๕.๓ ถูกหลอกลวง โดยอาศัยรูปแบบสีสันสวยงาม ทำให้ผู้รับไม่อาจทราบได้ว่า สิ่งที่ตนได้รับเป็นยาเสพติด
๕.๔ ใช้เพื่อลดความเจ็บปวดทางกาย อันเนื่องมาจากโรคภัยไข้เจ็บ จนเกิดการติดยา เพราะใช้เป็นประจำ
๕.๕ เกิดจากความคะนอง และขาดสติยั้งคิด ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเป็นยาเสพติด แต่อยากแสดง ความเก่งกล้า อวดเพื่อน จึงชวนกันเสพจนติด
๕.๖ ภาวะสิ่งแวดล้อมรอบตัว เอื้ออำนวยที่จะส่งเสริม และผลักดันให้หันเข้าหายาเสพติด เช่น ครอบครัวแตกแยก สมาชิกในครอบครัวขาดความเข้าใจซึ่งกันและกัน ภาวะเศรษฐกิจบีบบังคับให้ทำเพื่อความอยู่รอด อยากรวยเร็ว หรือพักอาศัยอยู่ ในแหล่งที่มีการเสพและค้ายาเสพติด

 

Child5101(4)

๖. โทษ/พิษภัย ของยาเสพติด

การใช้ยาเสพติด มีโทษและพิษภัยรอบตัว นอกจากจะส่งผลกระทบในทางไม่ดีโดยตรงต่อตัวผู้เสพแล้ว ทั้งทางร่างกายและจิตใจ ยังส่งผลกระทบทางอ้อมไปยังครอบครัวผู้เสพ ตลอดจนเศรษฐกิจ สังคม และประเทศชาติอีกด้วย

๗. วิธีสังเกตอาการผู้ติดยาเสพติด

จะสังเกตว่าผู้ใดใช้หรือเสพยาเสพติด ให้สังเกตจากอาการและการเปลี่ยนแปลงทั้งทางร่างกาย และจิตใจดังต่อไปนี้
๗.๑ การเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย จะสังเกตได้จาก
๗.๑.๑ สุขภาพร่างกายทรุดโทรม ซูบผอม ไม่มีแรง อ่อนเพลีย
๗.๑.๒ ริมฝีปากเขียวคล้ำ แห้ง และแตก
๗.๑.๓ ร่างกายสกปรก เหงื่อออกมาก กลิ่นตัวแรงเพราะไม่ชอบอาบน้ำ
๗.๑.๔ ผิวหนังหยาบกร้าน เป็นแผลพุพอง อาจมีหนองหรือน้ำเหลือง คล้ายโรคผิวหนัง
๗.๑.๕ มีรอยกรีดด้วยของมีคม เป็นรอยแผลเป็นปรากฏที่บริเวณแขน และ/หรือ ท้องแขน
๗.๑.๖ ชอบใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว และสวมแว่นตาดำเพื่อปิดบังม่านตาที่ ขยาย
๗.๒ การเปลี่ยนแปลงทางจิตใจ ความประพฤติและบุคลิกภาพ สังเกตได้จาก
๗.๒.๑ เป็นคนเจ้าอารมณ์ หงุดหงิดง่าย เอาแต่ใจตนเอง ขาดเหตุผล
๗.๒.๒ ขาดความรับผิดชอบต่อหน้าที่
๗.๒.๓ ขาดความเชื่อมั่นในตนเอง
๗.๒.๔ พูดจาก้าวร้าว แม้แต่บิดามารดา ครู อาจารย์ ของตนเอง
๗.๒.๕ ชอบแยกตัวอยู่คนเดียว ไม่เข้าหน้าผู้อื่น ทำตัวลึกลับ
๗.๒.๖ ชอบเข้าห้องน้ำนาน ๆ
๗.๒.๔ ใช้เงินเปลืองผิดปกติ ทรัพย์สินในบ้านสูญหายบ่อย
๗.๒.๕ พบอุปกรณ์เกี่ยวกับยาเสพติด เช่น หลอดฉีดยา เข็มฉีดยา กระดาษตะกั่ว
๗.๒.๖ มั่วสุมกับคนที่มีพฤติกรรมเกี่ยวกับยาเสพติด
๗.๒.๗ ไม่สนใจความเป็นอยู่ของตนเอง แต่งกายสกปรก ไม่เรียบร้อย ไม่ค่อย   อาบน้ำ
๗.๒.๘ ชอบออกนอกบ้านเสมอ ๆ และกลับบ้านผิดเวลา
๗.๒.๙ ไม่ชอบทำงาน เกียจคร้าน ชอบนอนตื่นสาย
๗.๒.๑๐ มีอาการวิตกกังวล เศร้าซึม สีหน้าหมองคล้ำ
๗.๓ การสังเกตอาการขาดยา ดังต่อไปนี้
๗.๓.๑ น้ำมูก น้ำตาไหล หาวบ่อย
๗.๓.๒ กระสับกระส่าย กระวนกระวาย หายใจถี่ ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร น้ำหนักลด อาจมีอุจาระเป็นเลือด
๗.๓.๓ ขนลุก เหงื่อออกมากผิดปกติ
๗.๓.๔ ปวดเมื่อยตามร่างกาย ปวดเสียวในกระดูก
๗.๓.๕ ม่านตาขยายโตขึ้น ตาพร่าไม่สู้แดด
๗.๓.๖ มีอาการสั่น ชัก เกร็ง ไข้ขึ้นสูง ความดันโลหิตสูง
๗.๓.๗ เป็นตะคริว
๗.๓.๘ นอนไม่หลับ
๗.๓.๙ เพ้อ คลุ้มคลั่ง อาละวาด ควบคุมตนเองไม่ได้

15694288us8

๘. การตรวจพิสูจน์หาสารเสพติดในร่างกาย

การตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย แบ่งออกเป็น ๒ ขั้นตอน
๘.๑ การตรวจขั้นต้น : ราคาถูก ได้ผลเร็ว มีชุดตรวจสำเร็จรูป ความแม่นยำในการตรวจปานกลาง สะดวกในการนำไปตรวจนอกสถานที่
๘.๒ การตรวจขั้นยืนยัน : เป็นการตรวจที่ให้ผลแม่นยำ แต่ใช้เวลาตรวจนาน ค่าใช้จ่ายสูง
๙. การบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด

การบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด หมายถึง การดำเนินงานเพื่อแก้ไขสภาพร่างกาย และจิตใจของผู้ติดยาเสพติดให้เลิกจากการเสพ และสามารถกลับไปดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติ การบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด แบ่งออกเป็น ๓ ระบบคือ
๙.๑ ระบบสมัครใจ หมายถึง ผู้ติดยาเสพติดสมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษาในสถานพยาบาลต่าง ๆ ทั้งของภาครัฐและเอกชน
๙.๒ ระบบต้องโทษ หมายถึง ผู้ติดยาเสพติดที่กระทำความผิดและถูกคุมขัง จะได้รับการบำบัดรักษา ในสถานพยาบาลที่กำหนดได้ตามกฎหมาย เช่น ทัณฑสถานบำบัดพิเศษ กรมราชทัณฑ์ กระทรวงมหาดไทย, สำนักงานคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรมหรือสถานพินิจและคุ้มครองเด็กกลาง กระทรวงยุติธรรม
๙.๓ ระบบบังคับบำบัด หมายถึง ผู้ที่ทางราชการตรวจพบว่ามีสารเสพติดในร่างกาย จะต้องถูกบังคับบำบัดตาม พ.ร.บ. ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.๒๕๓๔ ในสถานพยาบาลที่จัดขึ้นตาม พ.ร.บ. ดังกล่าว เป็นระยะเวลา ๖ เดือน และขยายได้จนถึงไม่เกิน ๓ ปี ระบบนี้ยังไม่เปิดใช้ในขณะนี้ การบำบัดรักษา และฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด มี ๓ ขั้นตอน คือ
๙.๓.๑ ขั้นเตรียมการก่อนบำบัดรักษา (Pre – admission) เพื่อศึกษาประวัติภูมิหลังของผู้ติดยาเสพติดทั้งจากผู้ขอรับการรักษา และครอบครัว
๙.๓.๒ ขั้นถอนพิษยา (Detoxification) เป็นการบำบัดรักษาอาการทางกายที่เกิดจากการใช้ยาเสพติด โดยผู้ขอรับการรักษา สามารถเลือกใช้บริการแบบผู้ป่วยนอก หรือผู้ป่วยใน ก็ได้ตามสะดวก
๙.๓.๓ ขั้นการฟื้นฟูสมรรถภาพ (Rehabilitation) เป็นการบำบัดรักษาเพื่อปรับเปลี่ยน ลักษณะนิสัย บุคลิกภาพ พฤติกรรม เพื่อให้รู้จักตนเอง และมีความเข้มแข็งในจิตใจ เพื่อให้ผู้รับการบำบัดมีความเชื่อมั่นในการกลับไปดำเนินชีวิตในสังคมได้อย่างปกติ โดยไม่หวนกลับไปเสพซ้ำอีก

491

บทที่3

วิธีการดำเนิน

                         การศึกษาความรู้ ด้านโครงงานสุขศึกษา เป็นการส่งเสริม วิธีการดันหาความรู้ การ

ทำงานร่วมกับกลุ่มเพื่อนและการนำความรู้    ที่ได้รับมาสรางเป็นความรู้ของตนเองและสามานำความรู้ได้

จากการค้นคว้าไปเผยแพร่ให้กับผู้อื่นโดยผู้ชดทำโครงได้ดำเนินงานตามขึ้นตอนของกระบานการเรียนรู้เพื่อ

ส่งเสริมทักษะการแสวงหาความรู้เชิงสร้างสรรค์บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตโดยมีขั้นตอนในการเรียนรู้

4ขั้นตอนดังนี้

ขั้นตอนที่1 ขั้นวางแผน

ขั้นตอนที่2 ขั้นเก็บรวมรวมข้อมูล

ขั้นตอนที่3 ขั้นสรุปผลความรู้และสร้างความรู้

ขั้นตอนที่4 ขั้นนำเสนอความรู้และประเมินผลความรู้

 

�ั9� �� sTP�S��่หรือญาติผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้
4. การสร้างทักษะชีวิต

โดยเฉพาะทักษะการปฏิเสธเมื่อถูกเพื่อนชักชวนให้เสพสิ่งเสพติดต้องรู้จักปฏิเสธอย่างนุ่มนวล

โดยการชี้แจงผลเสียของสิ่งเสพติดต่อการเรียนและอนาคต

การรู้จักปฏิเสธอย่างจริงจังและจิตใจแน่วแน่จะทำให้เพื่อนเกรงใจไม่กล้าชวนอีก

ป้องกันตนเอง ทำได้โดย..
• ศึกษาหาความรู้ เพื่อให้รู้เท่าทันโทษพิษภัยของยาเสพติด
• ไม่ทดลองใช้ยาเสพติดทุกชนิดและปฏิเสธเมื่อถูกชักชวน
• ระมัดระวังเรื่องการใช้ยา เพราะยาบางชนิดอาจทำให้เสพติดได้
• ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์
• เลือกคบเพื่อนดี ที่ชักชวนกันไปในทางสร้างสรรค์
• เมื่อมีปัญหาชีวิต ควรหาหนทางแก้ไขที่ไม่ข้องเกี่ยวกับยาเสพติด หากแก้ไขไม่ได้ควรปรึกษา ผู้ให้

ขั้นตอนที่1 ขั้นวางแผน

จากการประชมกลุ่มเพื่อคันหาเรื่องที่ต้องการศึกษาเรื่องที่ต้องการรู้ที่เกี่ยวข้อง

ต่อสุขภาพนั้นสมาชิกในกลุ่มร่วมกันวางแผนในการทำงานแบ่งหน้าที่ออกเป็นหัวข้อแล้วแบ่งกันไปทำจน

หัวข้อแต่ละหัวข้อเสร็จสิ้น

IMG_0363

ขั้นตอนที่2 ขั้นเก็บรวมร่วมข้อมูล

เก็บรวบรวมข้อมูล

จากการที่แบ่งหน้าที่เป็นหัวข้อกลุ่มข้าพเจ้าได้หาข้อมูลเกี่ยวกับโครงงานที่ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติและรวมข้อมูลที่

เกี่ยวข้องมาจัดทำโครงงาน  ผู้รับผิดชอบสาเหตุการติดยา ด.ช. จิตรเทพ   บุญยืด  และผู้รับผิดชอบความรู้เกี่ยวกับสารเสพติด ด.ช. สิทธินนท์   เกษมสถิตวงศ์  และผู้รับผิดชอบการปฏิบัติตนให้เกิดผลดีต่อสังคม อนาคตและครอบครัว  ด.ช. วรวุฒิ   บำรุงจิตต์

IMG_0003

ขั้นตอนที่3 ขั้นสรุปผลความรู้และสร้างความรู้

สรุปผลความรู้และสร้างความรู้

กลุ่มข้าพเจ้าได้ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติดซึ่งยาเสพติดนี้ได้สร้างปัญหามากมายในสังคมไทยทำให้สังคมไทย

เสื่อมลงมาก   กลุ่มข้าพเจ้าเลยอยากนำความรู้ที่ได้รับมาช่วยคนในสังคมไทย โดยการทำสื่อต่างๆมาเตือนให้

รู้จังโทษของสารเสพติด เช่น  การทำให้เกิดการลักขโมย  และยังไม่พอยังทำให้เกิดการฆ่าชิงทรัพย์  เป็นต้น

IMG_0018_resize

ขั้นตอนที่4   ขั้นนำเสนอความรู้และประเมินผลงาน

แจกเอกสารเผยแพร่ความรู้แก่เพื่อนๆในในชั้นเรียน และสร้างแบบทดสอบวัดความรู้เกี่ยวกับปฏิบัติตนให้ปลอดภัยจากสารเสพติด   และแนวทางการป้องกันตัวให้ห่างไกลยาเสพติด

บทที่ 4

ผลการดำเนินงาน

     จากการศึกษาค้นคว้าโครงงานเรื่อง   เสพวันนี้เป็นผีวันหน้า  ผู้ค้นคว้าที่ได้จากการศึกษามานำเสนอผลงานวิเคราะห์ข้อมูล    เป็น 4 ตอนดังนี้

ขั้นตอนที่  1  การวางแผน           

จากการประชุมกลุ่มเพื่อค้นหาเรื่องที่ต้องการศึกษาเรื่องที่ต้องการเรียนรู้  ที่เกี่ยวข้องต่อสุขภาพนั้น สมาชิกในกลุ่มร่วมกันวางแผนเพื่อจะศึกษาค้นคว้าเรื่องเกี่ยวกับปัญหาที่สังคมพบกันบ่อยมากก็คือ  การติดสารเสพติดของคนในสังคมไทย   กลุ่มข้าพเจ้าจึงเลือกที่จะศึกษาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกายจิตใจของวัยรุ่นชายหญิง   เพื่อที่จะทำความเข้าใจกับการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกายจิตใจของวัยรุ่นให้มากที่สุด  และศึกษาเกี่ยวกับสาเหตุของการติดยาเพื่อที่จะหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมที่จะกระทำเพื่อมิให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่ดีเกิดขึ้นจากการศึกษาแนวทางการปฏิบัติตนเพื่อป้องกันการติดสารเสพติด และผลปรากฏว่าข้อมูลที่สมาชิกในกลุ่มศึกษามานั้นเป็นวัยรุ่นเป็นส่วนใหญ่   เป็นต้น

ขั้นตอนที่  2  เก็บรวบรวมข้อมูล

จากการที่แบ่งหน้าที่เป็นหัวข้อกลุ่มข้าพเจ้าได้หาข้อมูลเกี่ยวกับโครงงานที่ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติและรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องมาจัดทำโครงงาน  ผู้รับผิดชอบสาเหตุการติดยา ด.ช. จิตรเทพ   บุญยืด  และผู้รับผิดชอบความรู้เกี่ยวกับสารเสพติด ด.ช. สิทธินนท์   เกษมสถิตวงศ์  และผู้รับผิดชอบการปฏิบัติตนให้เกิดผลดีต่อสังคม อนาคตและครอบครัว  ด.ช. วรวุฒิ   บำรุงจิตต์

ขั้นตอนที่  3  สรุปผลความรู้และสร้างความรู้

กลุ่มข้าพเจ้าได้ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติดซึ่งยาเสพติดนี้สร้างปัญหามากมายในสังคมไทยทำให้สังคมไทยเสื่อมลงมากกลุ่มข้าพเจ้าเลยอยากนำความรู้ที่ได้มาช่วยคนในสังคมไทยโดยการทำสิ่งต่างๆมาเตือนให้รู้จักโทษของยาเสพติดซึ่งยาเสพติดได้สร้างปัญหามากมาย    เช่นการทำให้เกิดลักขโมย    และยังไม่พอยังเกิดการฆ่าชิงทรัพย์  เป็นต้น

ขั้นตอนที่   4   ขั้นนำเสนอความรู้และประเมินผลความรู้

แจกเอกสารเผยแพร่ความรู้แก่เพื่อนๆในในชั้นเรียน และสร้างแบบทดสอบวัดความรู้เกี่ยวกับปฏิบัติตนให้ปลอดภัยจากสารเสพติด   และแนวทางการป้องกันตัวให้ห่างไกลยาเสพติด

บทที่  5

สรุปผลการดำเนินงานและข้อเสนอแนะ

       จากการศึกษาค้นคว้าโครงงานเรื่อง  เสพวันนี้เป็นผีวันหน้า   มีผลสรุปการศึกษาค้นคว้าโครงงานเรื่องนี้

วัตถุประสงค์ของการศึกษาค้นคว้า

1.เพื่อศึกษาความรู้เกี่ยวกับการติดสารเสพติดในปัจจุบันของคนไทยในสังคมไทย

2.เพื่อเป็นแนวทางในการปฎิบัติตนให้ปลอดภัยจากยาเสพติดของคนไทย

3.เพื่อเผยแพร่ความรู้ในการปฏิบัติตนให้ปลอดภัยและห่างไกลยาเสพติด

สรุปผลการดำเนินงานศึกษาค้นคว้า

วัตถุประสงค์      สรุปผลความรู้และสร้างความรู้

กลุ่มข้าพเจ้าได้ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติดซึ่งยาเสพติดนี้ได้สร้างปัญหามากมายในสังคมไทยทำให้สังคมไทย

เสื่อมลงมาก   กลุ่มข้าพเจ้าเลยอยากนำความรู้ที่ได้รับมาช่วยคนในสังคมไทย โดยการทำสื่อต่างๆมาเตือนให้

รู้จังโทษของสารเสพติด เช่น  การทำให้เกิดการลักขโมย  และยังไม่พอยังทำให้เกิดการฆ่าชิงทรัพย์  เป็นต้น

ข้อเสนอแนะ

1.อยากจัดประชุมในเรื่องการติดสารเสพติดเพื่อให้โรงเรียนวัดพวงนิมิตและสถานที่ไกลเคียงให้ปลอดภัยจากยาเสพติด

2.อยากทำป้ายรณรงค์การต่อต้านยาเสพติดเพื่อให้สังคมไทยมีความเข้มแข็งในการต่อต้านยาเสพติด

3.อยากสอดแทรกเนื้อหาให้มากขึ้นเพื่อโครงงานจะได้มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม

�ู}� ���UH�T��้มาช่วยคนในสังคมไทยโดยการทำสิ่งต่างๆมาเตือนให้รู้จักโทษของยาเสพติดซึ่งยาเสพติดได้สร้างปัญหามากมาย    เช่นการทำให้เกิดลักขโมย    และยังไม่พอยังเกิดการฆ่าชิงทรัพย์  เป็นต้น

ขั้นตอนที่   4   ขั้นนำเสนอความรู้และประเมินผลความรู้

แจกเอกสารเผยแพร่ความรู้แก่เพื่อนๆในในชั้นเรียน และสร้างแบบทดสอบวัดความรู้เกี่ยวกับปฏิบัติตนให้ปลอดภัยจากสารเสพติด   และแนวทางการป้องกันตัวให้ห่างไกลยาเสพติด

เชิญชมสื่อการเรียนรู้โครงงานสุขศึกษา เรื่อง เสพวันนี้เป็นผีวันหน้า

123

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s